“เข้าตรวจค้นจับทำแท้งเถื่อน”
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กเยาวชนและสตรี บช.ภาค 3 นำหมายศาลจังหวัดนครราชสีมา เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 298 หมู่ 8 ซอยร่วมใจ ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา พบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กำลังทำแท้งให้กับผู้หญิงอายุ 23 ปี บ้านอยู่อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น อีกทั้งยังจับกุมนายโอ๊ด พันตะขบ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 314 ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา
และนายอุทัย สุจรักษ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 4 ต.สวาท อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ทั้งคู่มีอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ที่สถานีบ.ข.ส.นครราชสีมา แห่งที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับส่งลูกค้าที่มารับบริการทำแท้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาร่วมกันประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับ อนุญาต ประกอบอาชีพโรคศิลปะ และประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นไม่ยินยอมโดยผิดกฎหมาย
พล.ต.ต.สุรสีห์เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาลักลอบเปิดทำแท้งเถื่อนมาหลายปีแล้ว โดยจะให้รถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นผู้ติดต่อหาลูกค้า และจะคอยรับส่งลูกค้าให้ ได้ค่าหัวคนละ 100-300 บาท ส่วนลูกค้าที่มาใช้บริการทำแท้ง จะคิดตามระยะเวลาตามเดือนที่ท้อง เช่น เดือนแรกคิดค่าทำแท้ง 2,000 บาท เดือนที่ 2 เป็นต้นไปคิดเพิ่มเดือนละ 1,000 บาท โดยเฉพาะพฤติกรรมการทำแท้งของผู้ต้องหา เป็นอันตรายแก่ผู้ที่มาทำแท้งอย่างมาก เพราะผู้ต้องหาจะใช้น้ำยาล้างห้องน้ำฉีดเข้าไปในช่องคลอด เพื่อทำให้เด็กในครรภ์เสียชีวิตและเน่า จะให้ร่างกายขับออกมาเอง
รองผบช.ภาค 3 กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่ายังมีผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อคลินิกทำแท้งเถื่อนรายนี้ นอนรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.มหาราชนครราชสีมา จำนวน 6 ราย ก่อนหน้านี้มีเหยื่อที่หลงผิดบางรายไตวาย จากการไปใช้บริการมาแล้ว เป็นผลจากการฉีดน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป ส่วนที่นอนพักรักษาตัวอยู่ในขณะนี้ มีทั้งไตวายและมดลูกเน่า ทางตำรวจกำลังสอบสวนพยานเพิ่มเติม หากพยานยืนยันว่านางสงวน เอกกลาง อายุ 60 ปี แม่ของน.ส.ฌัชฌากานต์ |
Leave a Reply